ท่องเที่ยวไป

        เมื่อเริ่มรุ่นร่างกายแข็งแรง พอมีเวลา แต่ยังไม่มีเงิน ก็ไม่ค่อยได้เที่ยว  เข้าวัยทำงานยังแข็งแรง พอมีเงิน แต่ไม่มีเวลา ก็ไม่ค่อยได้เที่ยว  ถึงวัยร่วงโรยมีเวลามากมาย มีเงินแล้ว แต่ร่างกายชักอ่อนล้า  แต่ยังอยากเที่ยวอยู่นะ  ก็การได้ไปในที่ต่างๆ ทำให้เราได้เห็นได้รู้อะไรๆ อีกมากมายในโลกใบนี้  "ถ้ามีโอกาสก็ไปซะก่อนจะไม่ได้ไป"



พักผ่อนบ้านสวน กะโหลก กะลา

        14 เมษายน 2565  วันครอบครัว  ไปพักผ่อนกับครอบครัวที่บ้านสวน กะโหลก กะลา  มีความสุขค่ะที่ได้เห็นเขามีความสุขกัน  เก็บภาพมาฝากนะคะ







เที่ยวสวนสัตว์ Sriayuttaya Lion Park

        12 เมษายน 2565  ได้ไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดใหม่ที่อำเภอภาชี  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ยังสร้างไม่เสร็จแต่ให้เข้าชมได้แล้ว  สถานที่กว้างขวางสะอาด  มีสัตว์หลายชนิด  วันนี้ได้ชมการแสดงน่ารักๆ ของช้าง  ก็กลับเป็นเด็กสนุกสนานค่ะ  เก็บภาพมาฝากนะคะ






เที่ยวบ้านสวนรอยจรัล 

        29 มกราคม  2565  ได้ไปชมไปชิมที่บ้านสวนรอยจรัล  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ตกแต่งสถานที่น่ารักบรรยากาศสบายๆ  ที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากบ้านก็คงได้มาอีก    เก็บภาพมาฝากค่ะ






เที่ยวเซ็นทรัลใกล้บ้านเรา 

        25 ธันวาคม 2564  ลองไปชมไปช็อบที่ห้างเปิดใหม่  เซ็นทรัลอยุธยา  อาจเป็นเพราะเพิ่งเปิดและอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19  สินค้าจึงยังไม่เต็ม  คนมาใช้บริการไม่มาก  แต่ก็ถือว่าดีเป็นอีกหนึ่งศูนย์การค้าที่อยู่ใกล้เราชาวอยุธยาค่ะ  เก็บภาพมาฝากนะคะ







เที่ยวงานยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก

         12 ธันวาคม 2563  







เที่ยว จังหวัดเพชรบุรี

         กันยายน 2563  ช่วงวันหยุดยาว  ได้ไปพักผ่อนที่จังหวัดเพชรบุรี  ที่นี่มีสถานที่น่าชมน่าชิมมากมาย  มีเวลาไปเที่ยวได้เพียง 4 แห่ง  เก็บภาพความสุขเล็กๆ มาฝากนะคะ

       

หาดชะอำ  อำเภอชะอำ 
 
ตลาดน้ำกวางโจว  อำเภอหนองหญ้าปล้อง 

ถ้ำเขาหลวง  อำเภอเมืองเพชรบุรี  

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี  อำเภอเมืองเพชรบุรี





เที่ยว "เวียดนามกลาง"

        “ไปเสียก่อนจะไปไม่ไหว”  ครั้งนี้ไปเที่ยวกับคณะทัวร์ที่เวียดนามกลางค่ะ  ขอเก็บสิ่งที่พบเห็นบางส่วนมาฝากนะคะ

       สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม  เป็นประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  รูปแบบการปกครองระบอบสังคมนิยมโดยพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม  แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๕๘ จังหวัด และ ๕ เทศบาล  ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวญวน  ใช้ภาษาเวียดนามเป็นภาษาทางการของประเทศ  ใช้ตัวอักษรโรมันในการเขียน  ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธและคริศต์  อาหารในเวียดนามมีวัฒนธรรมอาหารที่มาจากจีน  การแต่งกายอ๊าวส่ายเป็นชุดประจำชาติ  หน่วยเงินตราเป็นเงินด่ง (ประมาณ 700 ด่ง เท่ากับ 1 บาท)  

        6 ธันวาคม 2562  ออกเดินทางด้วยรถปรับอากาศจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตอนค่ำค่ะ  ถึงจังหวัดมุกดาหารเกือบสว่าง  ทำภารกิจส่วนตัวและทานอาหารเช้าที่ Ploy papace 

        7 ธันวาคม 2562  เปลี่ยนขึ้นรถนำเที่ยว (ของเวียดนาม)  นำโดยไกด์ไทย (คุณป๋อมแป๋ม)  และไกด์เวียดนาม (คุณกุ๊กไก่)  ผ่านพิธีการผ่านแดนที่ด่านมุกดาหาร  ด่านลาวเมืองสะหวันเขต  ด่านเวียดนามแดนสวรรค์ลาวบาว  มีไกด์ลาว (คุณดัง)  มาสมทบอีกคนค่ะ  ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวลาวชาวเวียดนาม  ผ่านภูเขาและแม่น้ำสวยงามตลอดเส้นทาง  ถึงเมืองเว้แล้วค่ะ  ชมพิพิธภัณฑ์วินห์ม็อกและลอดอุโมงค์ใต้ดินที่คนทั้งหมู่บ้านเคยอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปีเพื่อหลบภัยจากการทิ้งระเบิดในสมัยสงครามเวียดนาม  ค่ำๆ ทานอาหารเวียดนามมื้อแรก (อาหารเวียดนามคล้ายอาหารจีน ทุกมื้อจะมีผัก กุ้ง หอย ปู ปลา ไข่เจียวบางๆ แผ่นแป้งเหมือนแผ่นแป้งแหนมเนือง ตามด้วยผลไม้ ส่วนใหญ่จะเป็นกล้วยหอมเขียว ที่เมืองดานังจะเป็นอาหารทะเล)  อิ่มแล้วไปล่องเรือมังกรในแม่น้ำหอม ฟังเพลงบรรเลงและลอยกระทง  เข้าที่พัก TAN HOTEL เมืองเว้ค่ะ 

 
 
        8 ธันวาคม 2562  ชมวัดเจดีย์เทียนมู่ มีหอคอย 8 เหลี่ยม สูง 7 ชั้น แต่ละชั้นเชื่อว่าเป็นตัวแทนชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า  ชมพระราชวังโบราณเว้ ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก (ประวัติเหมือนวังโบราณอยุธยาตรงที่ถูกทำลาย ต่างตรงเป็นฝรั่งเศสเผาและสหรัฐทิ้งระเบิด)  ชมและซื้อไข่มุกที่ร้าน Lucky Pearl  จากนั้นนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดในโลกขึ้นไปที่บานาฮิลล์ (ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) เป็นเมืองในหุบเขาสูง บรรยากาศดี มีสวนสวย อากาศหนาวเย็น เวลาพูดมีควันออกจากปากด้วย ผิดกับด้านล่างเลยค่ะ  (สร้างขึ้นเป็นบ้านพักและโรงแรมของชาวฝรั่งเศสสมัยอาณานิคม)  ค่ำแล้วพักที่โรงแรม LUXURY เมืองดานังค่ะ

 
 
 
         9 ธันวาคม 2562  เห็นแล้วเมืองเก่าโบราณฮอยอันเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม  เดินชมอาคารบ้านเรือนแบบเก่าโทนสีเหลือง  ศาลเจ้า  บ้านไม้เก่าเลขที่ 101  สมาคมชาวจีน  และสะพานญี่ปุ่น (มีรถเข็นขายพิชซ่าญวนข้างทางลองซื้อทานก็อร่อยดีค่ะ)  ไปล่องเรือกระด้งต่อที่แม่น้ำทูโบนชมระบบนิเวศน์และธรรมชาติ คนพายเรือโชว์การพายแบบผาดโผน และร้องเล่นเต้นกันสนุกสนาน  จากนั้นเดินทางต่อแวะชมและซิ้อที่หมู่บ้านแกะสลักหินอ่อน   แวะชมและซื้อสินค้าจากโรงงานผลิตภัณฑ์จากเยื่อไผ่  ปิดท้ายด้วยการช๊อปปิ้งที่ตลาดดองบา (ก็คล้ายๆ ตลาดโรงเกลือค่ะ) ของขายมากมายผู้คนก็หนาแน่น (แม่ค้าที่เวียดนามพูดไทยพอรู้เรื่อง และซื้อขายได้ด้วยเงินไทย  ยกเว้นที่บานาฮิลล์)  เข้าที่พัก CENTURY HOTEL ที่เมืองเว้ค่ะ




        10 ธันวาคม 2562  อำลาเมืองเว้  เดินทางไปด่านเวียดนามแดนสวรรค์ลาวบาว  ด่านลาวเมืองสะหวันเขต  และด่านมุกดาหาร เปลี่ยนรถกลับไทยแล้วค่ะ  เดินชมสินค้าที่ตลาดอินโดจีน กราบหลวงพ่อองค์หลวง และทานอาหารค่ำที่เมืองมุกดาหาร (เคยทำงานที่มุกดาหาร ผ่านหลายสิบปีเวลาเปลี่ยน สิ่งต่างๆเปลี่ยนไป จำสถานที่ไม่ค่อยได้เลยค่ะ)  เดินทางกลับถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาใกล้สว่างของวันที่ 11 ธันวาคม 2562

        สรุป เวียดนาม” เป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ สภาพอากาศทั่วไป  การทำมาหากินไม่ต่างจากไทยเรา  มีแตกต่างบ้าง (ตามที่เห็นเป็นจริงตามไกด์บอก)  ไม่พบคนอ้วน  ไม่พบเพศที่สาม  ไม่พบรถกระบะ  และไม่พบสุนัข (อันนี้พบ กำลังย่างทั้งตัว ดูครั้งแรกคิดว่าหมูหัน)  และสังเกตเองไม่พบอีกอย่างคือเด็กและวัยรุ่นออกมาเที่ยวเตร่เร่ร่อน  นั่นบ่งบอกถึงคุณภาพของประชากรในอนาคตค่ะ




เที่ยวกรุงเทพ
10 ธันวาคม  2561  เป็นวันหยุดในกรุงเทพมหานครรถไม่ติด  เลยไปเทียวพักผ่อนค่ะ  

         ไหว้พระวัดไตรมิตรวิทยาราม  มีชื่อเดิมว่าวัดสามจีน  ตั้งอยู่ที่ถนนมิตรภาพไทย-จีน  แขวงตลาดน้อย  เขตสัมพันธวงศ์  มีสิ่งสำคัญของวัด คือ  1.พระพุทธทศพลญาณ  พระประธานในพระอุโบสถ  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  ปูนปั้นลงรักปิดทอง  ประชาชนทั่วไปเรียกว่าหลวงพ่อโตวัดสามจีน  2.พระสุโขทัยไตรมิตร  เป็นพระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดได้รับการบันทึกในหนังสือบันทึกสถิติโลกกินเนสส์  หน้าตั้งกว้าง 3.01 เมตร สูง 3.91 เมตร น้ำหนักกว่า ตัน  3.พิพิธภัณฑ์ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช  ย้อนรอยสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นมาของผู้คนในสำเพ็งเยาวราช  อันเป็นย่านการค้าเก่าแก่ที่สำคัญของกรุงเทพฯ  ซึ่งเติบโตขึ้นจากการก่อร่างสร้างตัวของชาวจีนที่เข้ามาทำมาหากินในเมืองไทย

        เดินเล่นบริเวณถนนเยาราช  เที่ยวชมไชนาทาวน์แห่งกรุงเทพมหานคร  เป็นแหล่งชุมชนชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน  มีธุรกิจการค้า  การเงินการธนาคาร  ร้านทอง  ภัตตาคาร  ร้านอาหาร
        ชมตลาดพาหุรัด  เป็นย่านลิดเติ้ลอินเดียของกรุงเทพฯ  มีร้านค้า  อาคารพาณิชย์  ขายเสื้อผ้า  เครื่องแต่งตัว  อาหารและของใช้ต่างๆ  





เที่ยว "เขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสอง


ปันนา" ประเทศสา่ธารณรัฐประชาชนจีน

      เต็มที่กับหน้าที่มาทั้งปีเลยให้รางวัลตัวเองค่ะ  ด้วยการไปเที่ยวกับคณะทัวร์ที่เขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ครั้งนี้เป็นทัวร์ทางรถที่สนุก ตื่นเต้น และได้สัมผัสประสบการณ์จริงที่แปลกใหม่ค่ะ เก็บบางเรื่องมาเล่าและเก็บบางภาพมาฝากนะคะ
       สาธารณรัฐประชาชนจีน” (中華人民共和國;)  เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในเอเซียตะวันออก ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน ธงชาติจีนเป็นรูปดาวสีเหลือง 5 ดวงบนพื้นสีแดง (ดาวดวงใหญ่หมายถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งเป็นผู้นำ ดาวเล็กทั้ง 4 ดวง หมายถึง ชนชั้น ที่ประกอบขึ้นเป็นสังคมจีน คือ ชนชั้นกรรมกร ชนชั้นชาวนา ชนชั้นนายทุนน้อย และชนชั้นนายทุนแห่งชาติ) แบ่งการปกครองออกเป็น 23 มณฑล 5 เขตปกครองตนเอง 4 เทศบาลนคร และ 2 เขตบริหารพิเศษ เมืองหลวงอยู่ที่ปักกิ่ง มีพื้นที่ทั้งหมดใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 3 มีประชากรมากที่สุดในโลก 56 ชนเผ่าส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ใช้ภาษาจีนกลางเป็นภาษาราชการ หน่วยเงินตราเป็นหยวน (1 หยวน ประมาณ 5 บาท ค่ะ)
        “เขตปกครองตนเองชนชาติไทสิบสองปันนา” (西双版纳)  มีเมืองเอกอยู่ที่เชียงรุ่ง ประชากรมีหลายชนเผ่า (เป็นชนเผ่าไทมากที่สุด) ตั้งอยู่ทางใต้สุดมณฑลยูนนาน เป็นเมืองที่รุ่งเรืองทันสมัยกลางที่ลุ่มหุบเขาริมแม่น้ำโขง มีความอุดมสมบูรณ์ช้างและนกยูงเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของสิบสองปันนา เวลาที่นี่เร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมงค่ะ

          ออกเดินทางจาก กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาตอนค่ำของวันที่ 17 เมษายน 2556 ค่ะ ไปสว่างพอดีที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
         18 เมษายน 2556  ทานอาหารเช้าและทำภารกิจส่วนตัวที่เชียงของ I Love You จากนั้นไกด์ไทย (น้องแวม) พานั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ขึ้นรถนำเที่ยว (ของลาว) ผ่านพิธีการผ่านแดนที่เมืองห้วยทราย ด่านบ่อเต็น (ลาว) ด่านโม่ฮาน (จีน)  มีไกด์ท้องถิ่นจีนมารอรับอีกคนค่ะ (น้องแก้ว) ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวลาว ชาวจีน ป่าเขา (ถนนสายนี้จะมีอุโมงค์ลอดภูเขาเป็นระยะๆ ตลอดเส้นทาง) ไปถึงเมืองเชียงรุ่งจนค่ำ ได้ทานอาหารจีนมื้อแรกด้วยตะเกียบค่ะ (ที่เห็นอาหารทุกมื้อต้องมีผัดผักต่างๆ หมั่นโถ เป็ดหรือไก่อบ น้ำชา ในมื้อเช้าจะมีนมถั่วเหลือง นมสด “ไม่มีกาแฟ” นะคะ) เข้าที่พักโรงแรมจินเฟิ่ง

        19 เมษายน 2556  ชมสวนม่านพิง มีอนุสาวรีย์โจวอินไหล การแสดงสัตว์ (ชาวเมืองนี้สูบบุหรี่จัดและสูบในที่สาธารณะด้วย) การเรียกนกยูงลงมาจากภูเขา (เป็นร้อยๆ ตัวสวยมากค่ะ) ชมเจดีย์แปดเหลี่ยมวัดป่าเจ สวนป่าดงดิบ หมู่บ้านเผ่าอายหนี (“เผ่าอีก้อ” ร่วมเต้นรำกับชนเผ่าด้วยนะคะ) น้ำตกแก้วมังกร ศูนย์วิจัยสิบสองปันนา (มีหมอแมะตรวจฝ่ามือรักษาโรค) ชมโชว์พาราณสีวัฒนธรรมไทลื้อ  ปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้งถนนคนเดินค่ะ (เป็นช่วงเทศกาลฉลองปีใหม่ “สงกรานต์” พอดี)

        20 เมษายน 2556 ชมวัดหลวงเมืองลื้อ (เป็นวัดที่ใหญ่มากสวยงามด้วย) หมู่บ้านทำมีด (คนนำขายทุกที่จะพูดไทยคล่องมากและมีเทคนิคการขายน่ารักๆ) โรงงานทำหยกจากคนพิการ (เป็นโรงงานส่งเสริมอาชีพให้คนพิการของทางการจีน) โรงงานทำผลิตภัณฑ์จากเยื่อไม้ไผ่ โรงงานผลิตไข่มุก (เพิ่งรู้ว่าไข่มุกที่มีราคาแพงคือสีทอง สีดำ และสีเทาค่ะ) ศูนย์บำบัดโรคด้วยการนวดฝ่าท้าว ชมวิถีชีวิตแบบบ้านๆ ที่เมืองฮำ (ที่ข้างฝาบ้านกำนันมีภาพบุคคลสำคัญๆ จากหลายๆ ประเทศที่เคยมาเยี่ยมเยือนมากมาย จากไทยก็หลายท่าน) นมัสการพระที่วัดสุทธาวาส ถึงเมืองหล้า ช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้า และเข้าพักที่โรงแรมจินชิ่วค่ะ (เป็นที่น่าสังเกตว่าห้องน้ำที่ที่พักจะเป็นแบบสากล แต่ห้องน้ำทั่วเมืองเป็นแบบบ้านๆ ก็เป็นอะไรให้ขำๆ ฮาๆ กันค่ะ) 

        21 เมษายน 2556 ชมตลาดเช้าเมืองหล้า จากนั้นเดินทางไปด่านโม่ฮาน (จีน) ตลอดทางบนภูเขาจะปลูกยางพารา พื้นที่ราบปลูกกล้วยหอม (กล้วยหอมเขียว) ตามหุบเหวปลูกชา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของเมืองนี้ ผ่านด่านบ่อเต็น (ลาว) ผ่านด่านห้วยทราย (ลาว) นั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงกลับอำเภอเชียงของถึงเมืองไทยแล้วค่ะ  เปลี่ยนขึ้นรถนำเที่ยวของไทยไปทานอาหารค่ำที่ร้านแสงจันทร์ริมกว้านพะเยา  จังหวัดพะเยา  และเดินทางกลับถึง กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาใกล้สว่างวันที่ 22 เมษายน 2556 ค่ะ

        สรุป “สิบสองปันนา” เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ท่ามกลางป่าเขา มีความอุดมสมบูรณ์  ชาวไทลื้อมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย คงไว้ซึ่งวัฒนธรรมที่ดีงาม และเป็นชนชาตินิยมค่ะ

 


เที่ยว "มาเลเซีย" ประเทศหนึ่งในกลุ่มประชาคมอาเซี่ยน  ภายใต้เงื่อนไขของเวลา เงินตรา และเรี่ยวแรง มักจะผกผันอยู่เสมอค่ะ เมื่อก่อนร่างกายแข็งแรง พอมีเวลา แต่เงินเดือนยังน้อย ครูแหม่มจะบอกตัวเองว่า “รอก่อน” เดี๋ยวนี้ยังพอมีแรง มีเงินพอ แต่ไม่มีเวลา ก็จะบอกตัวเองอีกว่า “รอก่อน” อีกสักระยะคงมีเวลาเหลือเฟือ มีเงิน แต่คงไม่มีแรงแล้ว ก็คงบอกตัวเองว่า “ไม่ไหว” ครั้งนี้เลยแหกกฎไปเที่ยวกับทัวร์ที่ประเทศมาเลเซียซะหลายวัน เหนื่อยกับการเดินทางน่าดู สนุกตื่นตากับสิ่งต่างๆ มากมาย และได้ความรู้จากการเห็นด้วยตาจากการฟังคำบอกเล่าของไกด์ เก็บทั้งความรู้เล็กๆ น้อยๆ และภาพบางส่วนมาฝากด้วยนะคะ




    ประเทศมาเลเซียประกอบด้วย 13 รัฐ และ 3 เขตปกครองพิเศษ ได้แก่ เมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ เมืองศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองแห่งใหม่ปุตราจายา และเมืองลาบวน แต่ละรัฐจะมีสุลต่านปกครอง โดยทุกๆ 5 ปีจะมีการเลือกตั้งสุลต่านขึ้นเป็นประมุขของประเทศ  ประชากรประมาณ 26 ล้านคน มีหลายเชื้อชาติทั้งคนมาเลเซีย คนอินเดีย คนจีน  ภาษาพูดใช้ภาษามาลายู ภาษาเขียนใช้ตัวพิมพ์ภาษาอังกฤษแต่จะสะกดตรงตัวแบบภาษาพูด ภูมิประเทศคล้ายหลังเต่าทางตอนเหนือและทางตอนใต้เป็นที่ราบต่ำ ส่วนทางตอนกลางของประเทศเป็นที่สูง  ภูมิอากาศร้อนชื้น มี 2 ฤดู คือฤดูฝนกับฤดูร้อน ตอนไปเป็นฤดูร้อน (แต่ฝนตกทุกวันเลยค่ะ) เพราะมีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และปลูกต้นปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ




    ทัวร์ทางรถครั้งนี้เดินทางออกจากสำนักงาน กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาบ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม 2555 ไปสว่างที่ กศน.อำเภอสะเดา เช้าวันที่ 21 พฤษภาคม 2555  บริษัท O.K.ทัวร์มารอรับโดยไกด์ไทย(คุณก๊วยเจ๋ง) และไกด์ท้องถิ่นมาเลเซีย(คุณซูวิทย์) เปลี่ยนขึ้นรถของประเทศมาเลเซีย จากนั้นเริ่มเดินทางเข้าประเทศมาเลเซีย ตรวจเอกสารที่ด่านสะเดา(ไทย) ด่านจังโหลน(มาเลเซีย) แวะรายทางไปเรื่อยๆ แลกเงิน(1 ริงกิต ประมาณ 10 บาทกว่าๆ) ทานอาหาร ชมเมืองเก่าอีโป ถ้ำเปรัค(เป็นวัดจีนที่อยู่ในถ้ำมีภาพวาดฝาผนังที่งดงาม) สองข้างทางเป็นป่าเขา ถนนคดไปโค้งมาคล้ายๆ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนถึงเกนติ้งไฮแลนด์(เมืองแห่งความบันเทิง) นั่งกระเช้าข้ามภูเขาที่มีความเร็วที่สุดในโลกและมีความยาวที่สุดในเอเชีย ถึงทีพักบนยอดเขาที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 6,000 ฟุต มีแต่หมอกปกคลุม อากาศหนาวเย็นสดชื่นหายเหนื่อยเลย




    22 พฤษภาคม 2555 นั่งกระเช้าลงจากเขา เดินทางไปกรุงกัวลาลัมเปอร์ซึ่งเป็นเมืองที่มีไม้ดอกไม้ประดับปลูกตามถนนอย่างสวยงาม (แม้กระทั่งยอดเสาไฟยังมีดอกไม้ประจำชาติ "ดอกบุหงารายา" หรือ "ดอกชบา" ด้วยนะคะ) ชมจัตุรัสเมอเดก้า(ศูนย์กลางของกรุง) อนุสาวรีย์แห่งชาติ เสาธงที่สูงที่สุดในโลก สถานีรถไฟเก่าแก่ที่สุดในมาเลเซีย หอคอยที่สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ตึกแฝดปิโตรนัสที่สูงที่สุดในโลกมี 88 ชั้น ความสูง 452 เมตร(การออกแบบเป็นเสาหินทั้ง 5 ของอิสลาม) ภายในตึกเป็นแหล่งรวมความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี บันเทิง และช็อปปิ้ง ชมร้านขายสินค้าพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อ เช่น โกโก้ ชา กาแฟ ช็อกกาแล็ต บ๊ะก๋วยเต๋(สมุนไพรปรุงรสน้ำซุปบำรุงกำลัง) เดินทางต่อไปยังเมืองปุตราจาย่า(ตั้งตามชื่อนายกรัฐมนตรีคนแรก) ชมลานปุตจารา มัสยิดสีชมพู อาคารรัฐสภา พระราชวังแห่งใหม่ จนค่ำค่ะจึงถึงเกาะปีนัง(ไข่มุกตะวันออก)  




    23 พฤษภาคม 2555 ชมเมืองมรดกโลกของปีนัง ป้อมปราการคอร์นเวลลิสที่ใช้แรงงานนักโทษก่อสร้างมีโบราณวัตถุที่สำคัญคือปืนใหญ่ของชาวดัทช์ นมัสการพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่วัดชัยมังคลาราม(วัดไทย) ฝั่งตรงข้ามกันเป็นวัดพม่าได้ไปกราบพระสงฆ์ท่านพรมน้ำมนต์ให้เป็นสุขใจ ไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมที่วัดเขาเต่า(วัดจีน) ซึ่งอยู่ในย่านไชน่าทาวน์ จากนั้นเดินทางกลับซื้อของฝากที่ร้านค้าปลอดภาษี ผ่านด่านจังโหลนและด่านสะเดาถึงประเทศไทยแล้วค่ะตอนบ่าย เปลี่ยนเป็นรถไทยเพื่อเดินทางกลับถึง กศน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสายๆ วันที่ 24 พฤษภาคม 2555
 
    สรุป “มาเลเซีย” ดีกว่าที่ครูแหม่มเคยคิดไว้เยอะเลยค่ะ
 ผู้คนน่ารัก บ้านเมืองสะอาด เป็นระเบียบ มีทรัพยากรป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มากๆ ค่ะ


        

เที่ยว "หลวงพระบาง" สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

        ขอให้รางวัลกับตัวเองบ้างนะ จะไปชมธรรมชาติและเรียนรู้ชีวิตของชาวหลวงพระบางสัก 3 วัน รถออกคำนี้ที่สำนักงาน กศน.อย.

        10 - 13 ธ.ค. 52 ไปกับคณะทัวร์หลวงพระบาง ประเทศลาว ต้องอดทนนั่งรถจากอยุธยาถึงหนองคายหนึ่งคืน จากนั้นนั่งรถต่อจากเวียงจันทร์ถึงหลวงพระบางอีกหนึ่งวัน (ถนนไต่ไปตามไหล่เขาอีกด้านเป็นหุบเหว) พอถึงหลวงพระบางก็หายเหนื่อย (เป็นบ้านเมืองที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา) เพราะธรรมชาติสวยงาม วิถีชีวิตผู้คนเรียบง่าย บ้านเมืองสะอาด รักษาร่องรอยวัฒนธรรมไว้เป็นอย่างดีสมกับคำว่ามรดกโลกจริง ๆนะจะบอกให้...กลับมาถึงอยุธยาของเช้าวันที่ 13 ธ.ค. 52


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น